Life

Numa Numa

posted on 02 Nov 2005 22:13 by avalon  in Life

nu mă, nu mă iei ~

ขนมเบื้องไส้เค็ม

posted on 03 Nov 2005 20:39 by avalon  in Life

ระหว่างกลับบ้านเหนื่อยๆง่วงๆเดินผ่านแผงลอยก่อนเข้าหมู่บ้าน ก็เหลือบไปเห็นขนมเบื้องเลยรู้สึกอยากกินขึ้นมา แน่นอนว่าต้องเป็นไส้เค็ม(แม้ปรกติจะเป็นคนชอบกินหวานก็เถอะ)ก็เลยซื้อเข้าบ้านมาด้วยยี่สิบอัน

ถึงบ้านเมื่อสักครึ่งชั่วโมงที่แล้วก็หยิบขึ้นมากินพร้อมเบียร์หนึ่งกระป๋อง...ก็พบว่า...

มันไม่เค็ม...ได้ไง

Tiwaz Ansuz Mannaz 2006

posted on 16 Jan 2006 17:49 by avalon  in Life

Topic แปลกๆแต่ก็กำลังจะเขียนถึงงาน TAM ที่ผ่านมานั่นแหละ
แค่เห็นว่าภาษารูนมันเหมาะกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ในหลายๆความหมาย(ฮา)

เริ่มจากวันแรกที่ไปงานคือวันพฤหัสที่ 12
ตอนแรกก็ไม่ได้กะจะไปหรอกเพราะมีเรียนตอนช่วงเช้าแต่เพราะมีปัญหาเรื่องสำเนาบัตรประชาชนที่จะใช้ในการสมัครคอสเพลย์เลยต้องเอาไปให้เพื่อนที่งานเพื่อที่จะสมัครคอสเพลย์ในวันนั้น เรียนเสร็จก็ไปเจอเพื่อนที่หน้าประตูทางเข้าตามที่นัดกัน(Dunbine and Rithophen คู่หูดูโอ้ที่ร้องเพลง Wing of Words หรือที่ร้จักกันในนาม Dunrithy ...ไม่ใช่ล่ะ)
แล้วก็เดินเจ็ตสตรีมแอ็คแท็คเรียงกันเข้าประตู(ใครไม่เก็ตมุขโปรดดูกันดั้มภาคแรก) พอจะเดินเข้าฮอลก็เจอยามสกัดดาวรุ่งบอกให้ไปรีจิสบัตรผู้เข้าชมก่อนถึงจะเหยียบเท้าเข้าไปได้(เจ็ตสตรีมแตกกระเจิง)ก็เลยไปทำบัตรกัน

ทีนี้ในใบที่เขาให้กรอกมีให้เขียนว่ามาจากบริษัทอะไรด้วยก็เขียนไปตามความจริงมีแต่พี่ด้วงเท่ห์ดันไบน์นี่แหละ...เขียนตามน้ำไปด้วย ไม่รู้ว่าลายมือพี่ด้วงนั้นสวยงามมากหรือไร พี่สาวที่ออกบัตรให้คีย์เข้าคอมพิวเตอร์แล้วปรินท์บัตรออกมาเป็น Animay ......

เด็ดดวงมาก
พี่ด้วงทำนิตยสารหัวใหม่แปลชื่อเป็นไทยแบบขอไปทีได้ว่า อนิเมเดือนพฤษภา
...เท่ห์จริง ...เท่ห์ชะมัด ...ไว้เดือนห้าหนังสือวางแผงเมื่อไรผมจะอุดหนุนให้นะ
ขอให้มีคอลัมน์ "เดินสาย กินไกล สุขใจ สไตล์เท่ห์ๆ" ด้วยล่ะ

หลังจากได้บัตรเสร็จยามก็ปล่อยให้เดินเข้าไป(ทำเควสสำเร็จ) แล้วก็ไปเจอกับโนระแถวๆบูธของ Ini3 มองไปที่อกเขาก็เห็นบัตรสีฟ้าๆหนีบอยู่ เป็นบัตรที่ไม่ได้เขียนว่า Visitor แต่กลับเขียนด้วยตัวใหญ่เห็นชัดเจนเป็นเด่นสายตาว่า PRESS

...มองหน้ากับเต้เม้ แล้วก็เดินออกไปทำเควสบัตรใหม่อีกรอบ

ทำเควสสำเร็จได้บัตร PRESS มา 2 ea (พี่ด้วงไม่ได้ทำ...แต่ความจริงน่าจะให้ทำเพราะอาจจะมีหัวนิตยสารชื่อใหม่กำเนิดขึ้นมาอีกหัวในวันเดียวกัน ฮา) ทีนี้ก็เดินกลับเข้าไปครับ
ขอย้ำว่าเดินกลับเจ้าไปทางเดิม root เดิมที่เดินรอบแรก แต่ขอโทษ...
ติดบัตร Visitor เดินเข้าไปรอบแรก พนักงานตามบูธต่างๆไม่ได้สนใจไอ้สามตัวนี้เลย แต่พอเดินเข้าไปรอบสองนี้แหละ...กระเป๋าสะพายเปิดไว้ตลอด รับใบที่เขาแจกมาหย่อนใส่ตลอดไม่มีหยุด มีบูธนึงยื่นลูกโป่งให้มาด้วย... หมายความว่าผมยังดูเหมือนเด็กใช่ไหมเนี่ย ดีใจจังเลย
แต่ลูกโป่งเกะกะเวลาผ่าฝูงชนชะมัดยากเลยพี่...ยังไงก็ขอบคุณที่ให้มานะ
(แต่สุดท้ายทนไม่ไหว ฝากพี่ด้วงที่มีธุระกำลังออกจากงานถือติดมือออกไปด้วย)

ที่เหลือก็อยู่ในงานจนถึงงานเลิกมีเพื่อนๆคนอื่นๆตามมาทีหลังเรื่อยๆเป็นระยะ แล้วก็พากันไปเซอร์เวย์ดูเวทีสำหรับวันอาทิตย์ ตอนแรกก็กะๆความกว้างกันเพราะต้องขึ้นไปทีนึงเกินสิบสองคนกลัวที่มันจะไม่พอ บลาๆๆ มีพักนึงที่ผมมองจุดตั้งของเวทีแล้วเริ่มเอะใจแต่ก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก โดยไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นในวันอาทิตย์...
สุดท้ายมีเจอสหายสนิทเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานอย่าง K's ด้วย
คิดถึงกันมากกอดกันนานพอควร...ไม่อายชาวบ้านเค้าเลย ให้ตายสิ

หลังจากวันนั้นก็กะจะไปอีกสองวันคือเสาร์อาทิตย์ สำหรับวันอาทิตย์นี่ต้องไปแน่ๆ แต่สำหรับวันเสาร์ยังไม่ได้กำหนดตายตัว แถมต้องมีซ้อมเต้นทั้งกลุ่ม+ฝึกความหน้าหนาอีกในตอนเช้าที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งแล้วค่อยไปรับชุด แต่ผลก็คือไปรับชุดแล้วกลับกันเลยเพราะกว่าจะได้ชุดกันครบทั้งทีมก็ดึกซะเสียแล้ว อดเห็นไททันบูกับอาเธอร์เลย(ฮา)
กลับบ้านมาลองชุด กางเกงขายาวลากพื้นผิดปรกติแต่ที่เครียดกว่านั้น...
มองตัวเองในกระจกแล้วช่างเหมือนเมก้าซาวะสีดำเสียนี่กระไร... OTL

วันอาทิตย์ Judgment Day
ตื่นเช้าได้ผิดปรกติทั้งๆที่ทุกทีในวันหยุดจะต้องตื่นสักสิบโมง-เที่ยงแท้ๆ ตื่นมาก็เริ่มโทรปลุกเพื่อนในทีมโดยมี Whip ช่วยโทรกันปลุก อาบน้ำอะไรเสร็จก็ลงมานั่งจ๋องอยู่ข้างล่าง...
บุพการีก็ทิ้งลูกโทนคนนี้ไปเที่ยวไหนต่อไหนกันตั้งแต่วันศุกร์แล้ว ไข่ดาวก็ขี้เกียจทอด ขนมปังก็ขี้เกียจปิ้ง ก็เลยหยิบคอนเฟลคออกมากินไปพลางดู Fate/stay night ตอนสองไปพลาง
ดูเสร็จแล้วนึกบ้าอะไรไม่รู้ไปหยิบรูปลอกน้ำลายที่เซ่อซื้อมาฝากจากญี่ปุ่น เป็นรูปรอยสักเวทย์ของคลาสเซเบอร์มาแปะมือซ้ายตัวเองเฉย ผมทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย
ตอนออกจากบ้านก็ต้องแอบๆซ่อนๆมือซ้ายไว้ไม่ให้ชาวบ้านเห็น เอามือล้วงกระเป๋าก็ไม่ได้อีกกลัวมันจะลอก เดินเข้าเซเว่นไปซื้อลูกอมเผื่อไว้สำหรับวันนี้ก็ไม่ได้กลัวพนักงานสงสัยว่าไอ้หมอนี่ทำอะไรลับๆล่อๆ ซวยเลยตู OTL
สุดท้ายหน้าด้านปล่อยมือซ้ายมันเลย ใครจะมองก็มองซี่
แต่อย่ามาทักว่า "เซเบอร์หายไปไหนล่ะ?" เป็นพอ...

ลง MTR ไปยืนพิงประตูอีกฝั่งเพราะไม่มีที่ให้นั่ง(อันตราย ประตูมีให้เปิดไม่ได้มีให้พิง เด็กดีไม่ควรทำตาม ส่วนผู้ใหญ่ทำไปเหอะ ไม่มีใครว่าหรอก)ฟังเพลง Always แล้วนึกท่าเต้นไปในหัว สักพักนานะเดินมาทัก...ขึ้นคันเดียวกันพอดี ผมว่าจุดที่นานะนั่งกับจุดที่ผมยืนที่ห่างกันสักประตูนึงนะ นี่ยังอุตส่าห์เห็นเงาผมที่สะท้อนในกระจกอีก... ผลก็คือไม่ต้องห่วงว่านานะกับตูนจะหลงทางไม่เจอจุดนัดพบในงานเพราะเจอกันระหว่างทาง โชคดีจริงๆ

ถึงจุดนัดพบคนครบทีม รอเวลาประกวดคอสเพลย์ก็ไปสแตนด์บายกันหลังเวที ทีนี้แหละไอ้เรื่องที่ผมเอะใจตอนวันพฤหัสก็เกิดขึ้น

ทำเลของเวทีครับ มันตั้งอยู่ใกล้ประตูทางเข้าออกด้านหลังพอดี...แถมยังมีทางบันไดขึ้น/ลงมาจากโซน C ข้างๆอีก ผลก็คือคนพลุกพล่านครับ ทั้งคนที่มาดูคอสเพลย์ ทั้งพ่อแม่ที่พาลูกมางาน ทั้งพี่น้องชาวไทยจากทุกเมืองทุกตำบลที่มาชมงาน ออกซิเจนหลังเวทีเลยน้อยลงไปถนัดจมูก คนก็เยอะอีกเลเยอร์ก็นั่ง/ยืนเรียงแถวอยู่หลังเวที คนที่จะเดินผ่านก็พยายามแทรก คนที่รู้จักกับเลเยอร์ก็อยากมาให้กำลังใจเพื่อน ตากล้องก็พยายามเข้ามาถ่ายรูป คนที่อยากเห็นเลเยอร์ก็พยายามเดินมาดู วุ่นวายไปหมด
มีผู้หญิงในกลุ่มผมคนนึงโดนตากล้องจากบอร์ด Insite Cartooon เดินชนจนแขนช้ำด้วยนะ...ชนแล้วไม่ขอโทษเสียด้วยแย่จริงๆ เวทีฮวงจุ้ยไม่ดีหรือไรนี่ Chaos สิ้นดี

ขึ้นเวทีรอบแรกเป็นการแสดงตัวเฉยๆ ตอนแรกเตี้ยมว่าจะขึ้นกันคนล่ะฝั่งแต่ปรากฏว่าเขาให้ขึ้นแค่ทางเดียวเลยต้องมาเตี้ยมกันใหม่ ผลที่ออกมาก็ไปได้ดีลงไปนั่งรอประกาศผลผู้เข้ารอบสิบทีมกันหลังเวที รอๆๆๆๆๆอยู่นั่นแหละไม่มีเจ้าหน้าที่มาบอกสักทีว่าทีมไหนผ่านเข้ารอบบ้าง มีแต่มาถามว่าทีมอะไร ขึ้นเวทีไปหรือยัง ...ขึ้นไปนานแล้วครับพี่...ขอบคุณ

หลังจากทีมคอสเพลย์แสดงตัวหมดครบทุกทีมก็มีโชว์โปรโมทหนังฮีโร่อะไรสักอย่างของน้าต๋อยนี่แหละ พอโชว์ใกล้จบก็มีเจ้าหน้าที่บอกว่ากำลังจะประกาศผลแล้ว ให้ไปอยู่ข้างๆเวทีเพือฟังผล ก็เดินไปรอฟังน้าต๋อยประกาศกับเพื่อน...
ขอโทษอีกแล้วครับ เล่นประกาศแล้วให้ขึ้นเวทีไปแสดงเลยโดยไม่ให้เตรียมตัว อย่างน้อยๆต้องมาบอกก่อนสิว่าทีมคุณผ่านเข้ารอบนะ ไว้จะให้ขึ้นตอนเวลานี้ๆนะ อะไรทำนองนี้
แต่นี่ไม่ใช่เลยสักนิด...

ขอเล่าตอนก่อนขึ้นไปแสดงตัวหน่อย เจ้าหน้าที่มาถามว่ามีเพลงอะไรที่จะให้เปิดตอนขึ้นไปไหม ดันไบน์ก็ให้ซีดีไปพร้อมบอกแทรคซึ่งเป็นเพลงสำหรับขึ้นเวทีโชว์ตัวแต่พอขึ้นไปเขากลับเปิดเพลงอื่นเฉย...รู้สึกทีมอื่นๆก็จะเป็นเหมือนกัน ทีนี้พอตอนขึ้นรอบสองมันต้องใช้เพลง Always แต่พี่คนที่ดูแล Sound เขาคิดว่าต้องเปิดเพลงที่ให้ไปตอนแรก...พระเจ้าไม่โอ้
สรุปคือความฉุกละหุกก็บังเกิดขึ้น มันไม่พร้อมครับ ขึ้นเวทีทันทีเลยไม่ได้ เวลาเตรียมตัวไม่ได้มีให้เลย ต้องรีบบอกเขาว่าเปิดเพลงไหนตอนไหน เช็คคนในทีมว่ามาครบยัง(ซึ่งมีเรนไปเข้าห้องน้ำใกล้ๆประตูทางเข้าออก...ซวยเลย แต่ตอนกำลังจะขึ้นเห็นมันกำลังออกมาพอดีเลยรีบๆกวักมือเรียก)
แต่ที่ Fail ที่สุดและเสียความรู้สึกที่สุดคือพิธีกรครับ มีเหน็บแนมด้วยว่าไม่เตรียมพร้อม ขอโทษครับกลุ่มผมไม่ใช่เทพจากไหน ไม่สามารถขึ้นเวทีโดยไม่ให้เวลาเตรียมพร้อมได้หรอก ไม่สามารถขึ้นเวทีได้ทันทีหลังจากที่บอกว่าทีมคุณเข้ารอบได้หรอก
...พวกผมผิดใช่ไหมเนี่ยที่ไม่เก่งขนาดนั้น

ทีนี้ก็ฉุกละหุกขึ้นเวทีกัน ก่อนขึ้นคนดูแลซาวนด์ก็ถามว่าจะให้เปิดเพลงตอนไหน ผมก็บอกว่าให้เปิดตอนขึ้นไปยืนนิ่งกันจนครบแล้วค่อยเปิด ขอโทษอีกแล้วครับ เดินขึ้นเวทีไปได้ไม่เท่าไรเพลงก็เริ่มแล้ว...ไม่ต้องเดินแล้ววิ่งไปประจำจุดมันเลย = =
ส่วนเพื่อนที่หายไปเข้าห้องน้ำ...ก็มาไม่ทันโดยดุษฎี... แต่เนียนเก่งครับ ขณะที่พวกเราเริ่มเต้นจนผ่านท่อนแรกไปแล้วมองก็มองๆไปทางซ้ายของผมซึ่งเป็นจุดที่หมอนั่นต้องยืน ดังนั้นหมอนั่นควรจะขึ้นมาจากฝั่งนั่น ที่ไหนได้ มันโผล่มาเนียนทางขวาของผมตอนไหนก็ไม่รู้ เป็นจังหวะที่เต้นแล้วหมุนตัวหันหลังพอดี หันเสร็จก็เห็นมันเนียนเต้นอยู่ข้างๆแล้วค่อยกระดึ๊บๆไปประจำที่...เนียนจริงๆนะนาย เต้นเสร็จแล้วน้าต๋อยก็สัมภาษณ์ตัวแทนสักสองสามคำถามก่อนให้ลงเป็นเวลาสักราวๆนาที ซึ่งเทียบไม่ได้กับทีมโดเรมีที่สัมภาษณ์นานจนผิดถนัด(ฮา)
ลงจากเวทีมาลองหันไปมองคนดูแลซาวนด์....เห็นมอนิเตอร์เปิดมวยปล้ำกับรายการของ Work Point อยู่....ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมเพลงมันเปิดก่อนขึ้นไปยืนครบ

เต้นเสร็จก็มาพักกันหลังเวทีเช่นเดิม อ็อกซิเจนน้อยๆแล้วขึ้นไปเต้นฝืนสังขารตัวเองนี่ทำให้สภาพร่างกายแย่เข้าไปใหญ่ มีเพื่อนเดินยิ้มมาทักด้วยเลยถือโอกาสไถเลยว่ามีลูกอมไหมคอมันแห้ง เขาไม่มีติดตัวแต่ก็อุตส่าห์ไปซื้อมาให้แถมแจกให้คนอื่นในทีมที่ยืนใกล้ๆกันอีก ขอบคุณจริงๆแม้เราจะไม่ได้ขอแต่ไถนายก็เถอะ(ฮา)

แล้วสักพักเรื่องฮาหน้าไม่อายก็เกิดขึ้น ตอนเขาเรียกทีมที่เข้ารอบให้มารวมกันหลังเวทีแล้วบอกว่าต้องขึ้นเวทียังไงบลาๆๆ พูดจบพี่เขาก็ถามว่า "เข้าใจใช่ไหมครับ?" ถ้ามันจบแค่นั้นเรื่องก็คงไม่เกิดแต่นี่พี่เขาพูดซ้ำ "โอเคนะครับ?" แค่นั้นแหละ...อะไรบางอย่างเริ่มถูกกระตุ้น
และพี่เขาไม่หยุดถาม "โอเค?" ซ้ำอีกสองที....แค่นั้นแหละ หลุดเลย

ผมกับเพื่อนในทีมอีกหลายคนสวมวิญญาณ Hard Gay ตอบกลับไปอย่างไร้ยางอายว่า
"โอเคยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย์"
...
......
............
........................
................................................พลาดไปซะแล้ว

จากนั้นผลก็ออกมา ทีมที่ได้รับรางวัลก็คือ
1. FF:AC
2. ซอลิ้งเฮียง
3. โดเรมี
รางวัลป็อปปูลาร์โหวต โดเรมี(อีกแล้ว)
ขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะด้วย

เสร็จแล้วก็ไปบุกบูธของ Ini3 ...ไปแย่งงานแดนเซอร์เต้นด้วย เรื่องในเกิดในบูธ Ini3 ที่เหลือของเก็บไว้กับตัวไม่เล่าล่ะกัน หลังจากนั้นก็เคลื่อนพลไปกินอาหารเย็นที่อินาโฮะ เพราะเหนื่อยล่ะมั้งเลยรู้สึกว่าอาหารมันอร่อยเป็นพิเศษ จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

- End of Promising Four Days. -

เล่าจบก็ขอพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบ้าง

เริ่มจาก TAM

งาน TAM เข้าใจว่าเป็นงานเกี่ยวกับอนิเมชั่นแต่กลับมีเกมออนไลน์มาออกบูธกับเขาด้วย
ไม่ได้จะว่ามันไม่เหมาะหรอกนะแต่ในบางความรู้สึก ผมคิดว่ามันมากเกินไป
โซนที่ผมชอบมากที่สุดคือบูธของพวกมหาลัยทว่ามันเงียบเชียบมาก(ตอนที่ไปดูเป็นวันพฤหัส)
แต่กลับกันบูธของเกมออนไลน์กลับพลุกพล่านไปด้วยผู้คนและเสียงโหวกเหวกที่เปิดดังลั่น(โดยเฉพาะของ LN2) ทำให้ผมสงสัยว่ากำลังมาดูงานอะไรกันแน่

ทีนี้เรื่องผู้จัดงานคอสเพลย์

ปีที่แล้วสินธรเป็นคนจัดและมี SIPA คอยศึกษางาน
ส่วนปีนี้เป็น SIPA และเท่าที่ทราบคือทาง SIPA ไปจ้าง Work Point มาทำ
ความคิดเห็นส่วนนี้อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่จากสายตาของผู้ที่ดูงานปีที่แล้ว และสายตาของผู้ที่ร่วมประกวดคอสเพลย์ในปีนี้ โดยรวมผมคิดว่าทางสินธรจัดได้ดีกว่ามาก
สิ่งแรกที่ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าดีกว่าเลยก็คือทำเล
ถ้าใครเคยไปปีที่แล้วน่าจะจำได้ว่าเวทีจัดอีกที่นึง ตึกด้านในที่อยู่ด้านตรงข้ามกับเวทีปีนี้นั่นแหละ สถานที่กว้างกว่าปีนี้มากและมีพื้นที่เป็นส่วนตัวพอสำหรับเลเยอร์ด้วย ถึงแม้เวทีจะเล็กกว่าหน่อยก็เถอะ

ต่อมา เรื่องการประสานงานของสต๊าฟ
เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่คอสเพลย์แล้วขึ้นประกวด ผมไม่รู้ว่างานอื่นๆที่เค้าจัดนั้นเป็นอย่างไร แต่งานครั้งนี้ผมคิดว่าไม่ดีเท่าที่ควรอย่างที่เขียนไปข้างต้นนั่นแหละ

อีกเรื่อง คือเรื่องเล็กๆน้อยๆที่สะกิดใจ
ตอนอยู่บนเวทีช่วงที่เขาประกาศรางวัล พอประกาศไปได้ถึงรางวัลที่สามผมสังเกตุเห็นสิ่งผิดปรกติที่โต๊ะกรรมการ มีกรรมการท่านหนึ่งถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะเป็นเด็กหอฮินาตะ หน้าตาผิดหวังกลับผลที่ออกมายังไงชอบกลพอบอกให้เพื่อนผมดูเพื่อนผมก็คิดเหมือนกัน สงสัยจะมีอะไรเกิดขึ้นกับการลงคะแนนหรือเปล่า?

OMAKE

จนถึงตอนนี้มันยังลอกออกไม่หมด...
กลายเป็นรอยสักกลวงโบ๋ที่ใช้พรไปหมดสามข้อเสียแล้ว OTL